9 ข้อ ก็เก่งแล้ว
สมอง ประกอบด้วยน้ำ 85 % เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
คน ไม่ค่อยรู้ว่าสมอง คือ ก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
หลัง จากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
การ ตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่า นี่คือสิ่ง 2 ่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรม เราQp้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริง กับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่าง จึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
ทุก ครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไป เรื่อยๆ
สิ่ง ใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงาน และเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
ฝึก เขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
สมอง ใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอา ออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%
1. จิบน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
4. ใส่ความตั้งใจ
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
8. เขียนบันทึก Graceful Journal
9. ฝึกหายใจลึกๆ
การรักษาสิวสำหรับคนที่เป็นไม่มาก
คนที่เป็นสิวไม่มากอย่างเช่น สิวเสี้ยน สิวหัวขาว สิวอักเสบ ซึ่งคนที่เป็นสิวลักษณะนี้สามารถดูแลให้หายเองได้โดย
- ล้างหน้าเบาๆด้วยน้ำเย็นโดยใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าอย่างอ่อนๆ(แนะนำ ฟิสิโอเจล หรือเจลล้างหน้าอะไรก็ได้ที่ไม่มีส่วนผสมของ SLS,SLES) เพื่อที่จะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกและไขมันส่วนเกิน
- ใช้ยาทาสิวที่มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์ยา ที่มีส่วนผสมของ BP หรือ Salicylic Acid
- ทำตาม 7 ขั้นตอนที่แนะนำนี้
1. อย่าแกะ บีบสิว เพราะว่าการบีบและแกะสิวจะทำให้อักเสบกระจายไปที่อื่น
อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเอาหัวสิวออก ควรจะต้องได้รับการทำจากผู้เชี่ยวชาญ
อีกอย่างหนึ่งคือจะทำให้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนหน้าซึ่งผมคิดว่ารักษา
ยากพอๆกับสิวเลยนะครับ
ยากพอๆกับสิวเลยนะครับ
2. ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนสำหรับล้างหน้า(ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้าเพราะสบู่ส่วนใหญ่จะมีค่า
pH มากว่าหน้าเราทำให้เวลาล้างเสร็จหน้าแห้งตึงเกินไป
ซึ่งจะทำให้ผิวต้องปล่อยน้ำมันออกมาเพื่อให้หน้าชุ่มชื้น
ขั้นตอนนี้อาจทำให้เป็นสิวเพิ่มได้ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ SLS,SLES)และเช็ดหน้าให้แห้ง สิวไม่ได้เกิดจากความสกปรก
และการล้างหน้าแรงๆและขัดหน้าไม่ได้ช่วยทำให้มันดีขึ้น
จริงๆแล้วการขัดถูหน้าจะทำให้หน้าระคายเคืองและทำให้สิวแย่ไปกว่าเดิม
การที่จะทำให้สิวดีขึ้นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เหมาะกับเรา
3. ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาบน้ำเช่น สบู่ แชมพู
ที่ noncomedogenic เมื่อคุณซื้อผลิตภัณฑ์พวกนี้โปรดดูที่ฉลากว่ามีติด
noncomedogenic ไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น ที่แต่งหน้า
ครีมกันแดดและอุปกรณ์อาบน้ำ
(เป็นข้อสังเกตเบื้องต้นที่จะทำให้เราไว้ใจกับสินค้านั้น
แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ต้องดูส่วนผสมมันครับ)
4. หลีกเลี่ยงการรบกวนสิวของคุณ ผมมัน, อุปกรณ์กีฬาที่สัมผัสหรือเช็ดถูบริเวณผิวหน้า และพวกสเปรย์น้ำมัน
สามารถทำให้เกิดการระคายเคือง และทำให้สิวเห่อ
วิธีการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ทำได้โดย...
- ถ้าคุณเป็นคนผมมัน เก็บผมของคุณอย่าให้ถูกใบหน้าและสระผมทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น น้ำมันใส่ผม เจล
- ถ้าคุณเป็นคนผมมัน เก็บผมของคุณอย่าให้ถูกใบหน้าและสระผมทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น น้ำมันใส่ผม เจล
5. ให้เวลากับผลิตภัณฑ์รักษาสิวของคุณ
ถามหมอหรือเภสัชกร ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะดีขึ้น
เพื่อที่คุณจะได้รู้เวลาการทำงานของผลิตภัณฑ์ตัวนั้นและไม่หยุดใช้ก่อนที่มันจะทำงาน
โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์
6. ใช้ยาตามที่ถูกต้อง
ใช้ยามากกว่ากำหนดไม่ได้ทำให้สิวดีขึ้น แต่กลับจะทำให้มันแย่ลงเพราะการระคายเคือง
อ่านฉลากและคำแนะนำหรือปรึกษาหมอเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด
7. หลีกเลี่ยงการโดนแสงอาทิตย์และหลอดไฟ
เป็นความเชื่อผิดๆกันมา จริงๆแล้วการทำให้ผิวเป็นสีแทน ไม่ได้ทำให้สิวดีขึ้นแต่แค่ทำให้เราเห็นมันไม่ชัด
การตากแดดมากๆกลับทำให้เป็นฝ้าและมะเร็งผิวหนังอีก
การรักษาสิวบางชนิดจะทำให้ผิวหนังรับกับแสงแดดและแสงไฟได้น้อยลง ถ้าคุณเป็นสิว
การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงสำคัญมาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น